Kaona's profileanitchanPhotosBlogListsMore Tools Help

Kaona Saowakun

No list items have been added yet.
There are no photo albums.
No list items have been added yet.

anitchan

March 22

ความคิด

น้ำตาร่วง
 
February 27

เวลา

     เวลาที่ผ่านไปแต่ละนาที นำความเปลี่ยนแปลงมาให้ โดยที่ไม่รู้ตัว
ถ้าทุกสิ่งต้องเปลี่ยนแปลง เป็นความจริงของโลก แต่บางสิ่งจะไม่เปลี่ยน ไปกับเวลา
March 29

Winter in Summer Sonata

 
เพลงรักในสายลมร้อน
 
         ฉันรอเธออยู่ที่ขอบฟ้าแสนไกล
         ไกล แสนไกล แสนไกล
         ฉันมองเธอจากขอบฟ้าที่แสนไกล
         ไกล แสนไกล แสนไกล
         ทั้งเงียบและมืดมิด
         มีแต่จิตใจที่ไม่หมองหม่น
        
         ไกล แสนไกล และแสนไกล
         มีแต่ความคิดเท่านั้นที่ไปถึง
         ไกล แสนไกล และแสนไกล
         ที่ฉันจะพาฉันไปถึง
 
         (โบโบสอบตกรอบสอง และกลับไปเป็นโปลิศ เหมือนเก่าเพื่อรอสอบปีหน้า)
February 09

คนบางคนที่พิสูจน์ตัวเองได้สำเร็จ

 
 
            จำได้ว่าเขียนเรื่องนายโบ น้องชายคนเดียวไปเมื่อปีที่แล้ว เวลาโบยบินไปอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ปีกว่าแล้วที่โบไปประจำการที่ภาคใต้ตามที่โบได้เซ็นสัญญาสมัครนายสิบ รุ่น ลงใต้(เหมือนพระเครื่องเลยแฮะ) จำได้อีกว่า พ่อกับแม่ เป็นห่วงโบมาก รวมทั้งญาติๆเพราะโบเป็นขวัญใจ  เวลาผ่านไป ผ่านไป โบไปทำงานและมักจะกลับบ้านทุกสองเดือน ด้วยเหตุผลที่ว่า คิดถึงบ้านและไม่อยากจะอยู่ที่นั่น(ที่ๆเต็มไปด้วยความหดหู่) เวลาที่ราชการให้พัก (เวลาทำงาน 45 วัน จะได้พัก 7-15 วัน) โบเลือกที่จะกลับบ้านขอนแก่น  แม้ค่ารถ ค่าตั๋วเครื่องบินจะเป็นเงินเกือบครึ่งหนึ่งของเงินเดือน
 
            โบมักจะโทรหาพี่ๆ และพ่อกับแม่เสมอๆ เพื่อรายงานความรู้สึกและชีวิตของโบให้ฟัง ครั้งหนึ่งโบโทรมาหาพี่และบอกว่า ชีวิตที่นั่นลำบากมาก ทั้งกายและใจ ที่ต้องเจอศพคนตายทุกวัน อาหารการกินก็หาซื้อยาก อีกทั้งยังไม่ถูกปากคนอีสาน แต่ก็ยังดีที่เพื่อนตำรวจจากแดนอีสานขนข้าวปลาอาหารมาทำกินกัน  โบบอกพี่ว่า  ช่วยบอกเด็กในมหาลับด้วยว่าให้ตั้งใจเรียน เพราะมันเป็นช่วงชีวิตที่สบายที่สุดแล้ว  เหมือนครั้งหนึ่งโบก็เคยเข้าเรียนมาก่อน  อีกครั้งหนึ่งที่พี่จำได้ดีคือ โบโทรมาหาพี่ตอนเกือบเที่ยงคืนว่า โบโดนสะเก็ดระเบิดที่ศีรษะเป็นแผลเล็กน้อย(แต่ตกใจมาก) และเห็นเพื่อนๆบาดเจ็บหลายคน  และโบก็เป็นคนเดียวที่บาดเจ็บน้อยที่สุดจึงต้องกลับไปเฝ้าโรงพัก   พี่กับต้าตกใจมาก แต่โบกำชับไว้ว่าอย่าบอกพ่อกับแม่
 
             ตอนปีใหม่โบกลับมาบ้านหนองคาย(บ้านหลังใหม่ของพ่อกับแม่) โบเป็นดาวเด่นเช่นเคย ทุกครั้งที่โบกลับบ้าน ทุกคนจะมารายล้อมโบเหมือนโบแจกของฟรีอะไรสักอย่าง  แต่ไม่เลย แท้จริงโบกำลังเล่าเรื่องราวตื่นเต้นเร้าใจผู้ชม ด้วยประสบการณ์ตรง  ของผู้อยู่ในพื้นที่ แม้โบจะเป็นตำรวจได้เกือบปี คำพูดและลีลาการเล่าเรื่องก็ใช่หยอก โบออกไม้ออกมือ ยกแขน สาธยายเหตุการณ์ พร้อมทั้งโชว์รูป ภาพตำรวจน้อยถือปืน เอ็ม 16 ตระเวณเทือกเขาแดนใต้   ช่างเหมือนในละครเสียจริงนะน้องรัก......
 
             เท่าที่พี่สังเกตุเห็นโบมีความคิดแตกต่างจากเดิมเพิ่มเข้ามา  โบเล่าถึงการเอาชีวิตรอดของคน  และเล่าถึงสัจจะของชีวิตที่ว่า  ผู้คนต่างเกิดมาเพื่อมีชีวิต(รอด)  ทั้งภัยก่อการร้าย  ภัยเศรษฐกิจ ภัยส่วย  ภัยอำนาจ  โบพูดถึงฮีโร่ในดวงใจ  ผู้หมวดแคน ผู้หมวดอนาคตไกลที่ไปเสียชีวิตในภาคใต้  ผู้หมวดคนนี้พื้นเพเป็นคนบ้านเดียวกันกับโบ คือ ขอนแก่น ของเรานี่เอง โบบอกว่า  เห็นไหมว่าคนดีตายยังไง  ... สุดท้ายให้ธงชาติฉันผืนเดียว
  
             แม้กระนั้นก็ตาม ในกระเป๋าเจมส์บอนด์ของโบ ก็มีหนังสืออนุสรณ์งานศพของผู้หมวดแคน (เค้าจะรู้ไหมว่ากลายเป็นฮีโร่ของคนๆหนึ่งไปแล้ว) แล้วเราพี่น้องก็ต้องจากกันไปตามหน้าที่  หลังที่งานเลี้ยงปีใหม่เลิกรา...
 
            
              เวลาผ่านไป ไวดั่งโบยบิน(สุภาษิตรัสเซีย)
 
              ..
              ..
              ..
 
              เช้าวันที่ เก้า กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พี่นอนตื่นสายเช่นเคย พ่อโทรศัพท์มาหา ห้าครั้งแต่พี่กดปิดเสียงทุกครั้ง  พอครั้งที่หกรู้สึกผิดปรกติ(ถ้าไม่รับพ่อจะรู้ว่านอนหลับอยู่)
พี่ตัดสินใจรับโทรศัพท์ ...น้ำเสียงพ่อดูแปลกๆ
 
              เสียงพ่อฟังดูตื่นเต้น ระคนดีใจ.....
 
 
              พ่อ " โต้เป็นไงสบายดี  ข่าวดีๆ น้องสอบติดนายร้อยแล้ว....เนี่ยกำลังจะไปสอบร่างกาย โบสอบได้ที่ 41 ..(รับตัวจริงเข้าศึกษา 40 คนแต่รับสอบรอบร่างกาย 80 คน)"
 
             
             ตอนเที่ยงวันเดียวกัน โบโทรหาพี่และบอกว่า โบสอบติดแล้วและกำลังจะไปสอบร่างกาย โบบอกว่ามันใกล้ความจริงที่สุดแล้ว.....
 
 
 
             ถ้าเราไม่รู้จักกันตั้งแต่เกิด ได้รู้จักโลกนี้ไปพร้อมๆกัน พี่คงจะไม่รู้สึกเท่าที่พี่รู้สึกแบบนี้  เราคุยกันบ่อยทางโทรศัพท์ตั้งแต่ ความคิดแรกของการเป็นตำรวจ การลาออกจากมหาลัย การเจ็บป่วยในเดือนแรกที่เข้าเรียนรร.นายสิบ ที่โบต้องนอนโรงพยาบาลทั้งอาทิตย์  การห้ามปราม ก่นด่า ด้วยความหวังดีจากคนรอบข้างที่ไม่ต้องการเห็นคนที่รักลำบาก หรือ เสี่ยงอันตราย  แม้กระทั่ง อาทิตย์ที่แล้วแม่ยังบอกว่า พยายามพูดให้น้องลาออกจากตำรวจ ให้ไปเรียนอย่างอื่น ... วันนี้ทุกอย่างกลับกันหมด...
 
             พ่อแม่ดีใจมากเหมือนโบไม่เคยขัดใจ  ทุกคนดีใจกับโบ 
        
             เพราะเราเป็นครอบครัวเดียวกัน พ่อแม่ ลุง ป้า น้า อา ยาย ที่หนองคายฉลองกันยกใหญ่ 
 
 
             .....พี่อยากบอกว่า ที่โบทำได้ทุกคนก็ดีใจ ...แม้แข่งอีกครั้งจะแพ้หรือชนะก็ไม่สำคัญ  เพราะโบได้ชนะใจทุกคนแล้ว..........
 
 
            
              ......โบ นายเป็น คนจริง
 
            
 
July 13

คำบ่น

 
คิดถึงครอบครัว
คิดถึงเพื่อน
คิดถึงสิ่งรอบๆข้าง
....
คิดถึงสิ่งที่สูญเสีย
คิดถึงในหลายครั้งและโอกาส
คิดแล้วไม่ได้เสียใจฟูมฟาย
แต่ค่อยๆเรียนรู้กับการสูญเสีย
นานเข้า กลับเห็นมุมมองใหม่ๆ
ในเรื่องเก่า
....
ใครจะรับรู้ความรู้สึกของใครได้โดยไม่ผ่าน ความรู้สึกตัวเอง
....
ยามอยู่ใกล้เวลาช่างสั้น
ยามอยู่ไกลกันเวลาช่างยาวนาน
....
เรื่องที่พูดไม่ได้ก็คือ เรื่องที่พูดไม่ได้
....
ถ้าเด็ดดอกไม้ไปแล้วไม่กลัวว่าวันหนึ่งจะทิ้งเมื่อมันเหี่ยวเฉา ก็จงเด็ดมันเถิด
....